ราคาหุ้นแพงกี่เท่าของกำไรต่อปี บอกว่าตลาดยอมจ่ายเท่าไรเพื่อซื้อกำไร 1 บาท
ราคาหุ้นเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิตามบัญชีต่อหุ้น
ทรัพย์สินสุทธิของบริษัทหารด้วยจำนวนหุ้น คือมูลค่า "บนกระดาษ" ของหุ้น 1 ใบ ใช้ใน Graham Number และ P/BV
มูลค่ารวมของทั้งบริษัทตามราคาตลาด = ถ้าจะซื้อทั้งบริษัทต้องใช้เงินเท่านี้
มูลค่าที่แท้จริงของหุ้นตามปัจจัยพื้นฐาน ไม่ใช่ราคาที่ตลาดซื้อขายกันในวันนั้น ตาดีคำนวณจาก 3 วิธี: Graham Number, P/E และ DDM
สูตรของ Benjamin Graham หาราคาเหมาะสมจาก EPS และ BVPS ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่าหุ้นที่ดีไม่ควรมี P/E เกิน 15 และ P/BV เกิน 1.5 เท่า
วิธีหามูลค่าหุ้นจากปันผลในอนาคต โดยคำนึงถึงอัตราการเติบโตของปันผล (g) และผลตอบแทนที่คาดหวัง (r = 10%) เหมาะกับหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอและโตช้าๆ
ส่วนต่างระหว่างราคาเหมาะสมกับราคาซื้อ เป็น "เบาะ" ป้องกันหากการประมาณการผิดพลาด Benjamin Graham แนะนำให้ซื้อเมื่อมี Margin of Safety อย่างน้อย 20%
กำไรสุทธิทั้งบริษัท หารด้วยจำนวนหุ้น = กำไรที่ตกถึงหุ้น 1 หุ้น เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของอีกหลายสูตร
บริษัทเอาเงินทุนของผู้ถือหุ้นไปทำกำไรได้เก่งแค่ไหน
บริษัทสร้างกำไรได้กี่ % จากสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี ใช้แทน D/E สำหรับธนาคาร เพราะเงินฝากลูกค้าทำให้ D/E ของธนาคารสูงผิดปกติ
เงินปันผลที่ได้ต่อปี คิดเป็นกี่ % ของราคาที่จ่ายซื้อหุ้น
เงินปันผลจริงที่จ่ายต่อหุ้น 1 หุ้นในแต่ละปี ใช้ดูประวัติการจ่ายปันผลและแนวโน้ม
บริษัทแบ่งกำไรมาจ่ายปันผลกี่ % ที่เหลือเก็บไว้ขยายกิจการ
มีหนี้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินทุนของตัวเอง วัดความเสี่ยงทางการเงิน
เปรียบเทียบตัวเลข (รายได้ กำไร ปันผล) ปีนี้กับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ใช้วัดทิศทางของธุรกิจ
อัตราการเติบโตต่อปีเฉลี่ยแบบทบต้น ใช้วัดการเติบโตระยะยาวโดยไม่สนใจความผันผวนรายปี ตาดีใช้ CAGR ของปันผลในการคำนวณ DDM